Accident In Thailand รวมข่าวสาร อุบัติเหตุในประเทศไทย

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 


เครือข่ายลดอุบัติเหตุ เครือข่ายลดอุบัติเหตุ ใหม่ คู่มือการป้องกันอุบัติเหตุ คู่มือการป้องกันอุบัติเหตุ ใหม่ อุบัติเหตุจราจรรถยนต์ อุบัติเหตุจราจรรถยนต์ ใหม่ อุบัติเหตุจราจรรถมอเตอร์ไซค์ อุบัติเหตุจราจรรถมอเตอร์ไซค์ ใหม่ อุบัติเหตุจราจรทางน้ำ อุบัติเหตุจราจรทางน้ำ ใหม่
อุบัติเหตุจราจรทางอากาศ อุบัติเหตุจราจรทางอากาศ อุบัติเหตุจราจรรถไฟ อุบัติเหตุจราจรรถไฟ ใหม่ อุบัติเหตุไฟไหม้บ้าน ชุมชน อุบัติเหตุไฟไหม้บ้าน ชุมชน ใหม่ อุบัติเหตุไฟไหม้โรงงาน ตึก อาคารสูง อุบัติเหตุไฟไหม้โรงงาน ตึก อาคารสูง ใหม่ อุบัติเหตุไฟไหม้ลักษณะอื่นๆ อุบัติเหตุไฟไหม้ลักษณะอื่นๆ ใหม่
อุบัติเหตุจากเครื่องจักร หมุน หนีบ (A) อุบัติเหตุจากเครื่องจักร หมุน หนีบ (A) ใหม่ อุบัติเหตุจากของมีน้ำหนักตกทับ (ฺB) อุบัติเหตุจากของมีน้ำหนักตกทับ (ฺB) ใหม่ อุบัติเหตุจากรถในการผลิต (C) อุบัติเหตุจากรถในการผลิต (C) ใหม่ อุบัติเหตุจากการตกจากที่สูงหรือพื้นต่างระดับ (D) อุบัติเหตุจากการตกจากที่สูงหรือพื้นต่างระดับ (D) ใหม่ อุบัติเหตุจากไฟฟ้า (E) อุบัติเหตุจากไฟฟ้า (E) ใหม่
อุบัติเหตุ ระเบิด แก๊สรั่ว สารเคมี ( F ) อุบัติเหตุ ระเบิด แก๊สรั่ว สารเคมี ( F ) ใหม่ อุบัติเหตุทั่วๆไป (G) อุบัติเหตุทั่วๆไป (G) ใหม่ อุบัติเหตุจากการขาดออกซิเจน (O) อุบัติเหตุจากการขาดออกซิเจน (O) ใหม่ อุบัติเหตุเจ็บป่วยเออร์โกโนมิคส์ อุบัติเหตุเจ็บป่วยเออร์โกโนมิคส์ กรณีศึกษาอุบัติเหตุเมาแล้วขับ กรณีศึกษาอุบัติเหตุเมาแล้วขับ ใหม่
อุบัติเหตุเกี่ยวกับเด็ก อุบัติเหตุเกี่ยวกับเด็ก ใหม่ ภาพ เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ภาพ เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ใหม่ รวม เฉียดอุบัติเหตุ รวม เฉียดอุบัติเหตุ ใหม่ รวมภาพจาก Fail.in.th รวมภาพจาก Fail.in.th ใหม่ สินค้า นวัตกรรม ป้องกันอุบัติเหตุ สินค้า นวัตกรรม ป้องกันอุบัติเหตุ ใหม่
กรณีศึกษาอุบัติเหตุจากต่างประเทศ กรณีศึกษาอุบัติเหตุจากต่างประเทศ ใหม่     

เว็บนี้ก่อตั้งเมื่อ 1 พฤษภาคม 2555 [วันแรงงานแห่งชาติ ] และได้รับการสนับสนุนจาก

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1
เกิดเหตุคนพลัดตกจากที่สูงในโรงงานภายในผลิตสารเคมี ที่สวนอุตสาหกรรมโรจนะ เมื่อเครื่องจักรเกิดระเบิดทำให้ชิ้นส่วนกระเด็นใส่คนงานที่ดูแลเครื่องบนแท่นควบคุมสูง 3 เมตร จนร่วงลงมาหัวกระแทกพื้น พยายามส่ง รพ.แต่ยื้อชีวิตไม่ได้...

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 19 ก.ค. 58 ร.ต.ท.เสนีย์ พาชอบ ร้อยเวร สภ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งจากโรงพยาบาลราชธานี ต.คลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ว่า มีพนักงานบริษัทเคมโทรนิกส์ เทคโนโลยี ประเทศไทย เลขที่ 1/28 ม.5 ต.คานหาม อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ตั้งอยู่ในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ ต.คานหาม อ.อุทัย ตกจากอาคารสูงและเสียชีวิตในเวลาต่อมา จึงเดินทางไปตรวจสอบ

สภาพศพนายเทิดศักดิ์ งามสัณฐาน อายุ 41 ปี ชาวบ้าน ต.นิคมสงเคราะห์ อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี อยู่ในสภาพกะโหลกศีรษะแตก มีเลือดออกในสมองจำนวนมาก จากการสอบถามนางสุวรรณี บัวศรี อายุ 40 ปี ซึ่งเป็นภรรยา ทราบว่า ตนได้สอบถามเพื่อนร่วมงานของผู้เสียชีวิตว่าโรงงานดังกล่าวเป็นโรงงานผลิตสารเคมีที่ใช้กับอุตสาหกรรม ในการผลิตแผงวงจร โดยก่อนเกิดเหตุนายเทิดศักดิ์ นั่งคุมเครื่องจักรอยู่ภายในอาคาร แต่ปรากฏว่าเครื่องจักรเกิดระเบิดขึ้น ทำให้ชิ้นส่วนกระเด็นใส่ร่างนายเทิดศักดิ์ ส่งร่างของนายเทิดศักดิ์กระเด็นตกลงจากที่ควบคุมที่มีความสูงกว่า 3 เมตร ศีรษะฟาดพื้นอย่างแรง

เพื่อนพนักงานที่เห็นเหตุการณ์ต่างช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลราชธานีเพื่อยื้อชีวิต แต่ปรากฏว่านายเทิดศักดิ์ก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่จะได้ส่งศพให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ได้ผ่าชันสูตรหาสาเหตุการตายอีกครั้ง ก่อนจะให้ญาติรับไปดำเนินการตามประเพณีต่อไปต่อไป.

ที่มา : thairath.co.th/content/512762
3
ศูนย์ข่าวศรีราชา - พนักงานตรวจเช็กสต๊อกสินค้าในโรงงานผลิตกระจก บริษัท อาซาฮี จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร พลาดท่าถูกกระจกน้ำหนัก 4 ตันทับเสียชีวิตอนาถ             


วันที่  4. ก.ค.2558.   ร.ต.ท.อิทธิกร สายกระโทก ร้อยเวรสถานีตำรวจภูธรดอนหัวฬ่อ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุกระจกน้ำหนัก 4 ตัน ทับพนักงานเช็คสต๊อกสินค้าจนเสียชีวิต เหตุเกิดภายในบริษัทกระจกไทยอาชาฮี จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่ที่เลขที่ 70/22 หมู่ 1 ตำบลหนองไม้แดง ภายในอุตสาหกรรมอมตะนคร อำเภอเมือง ชลบุรี จึงรุดไปตรวจสอบ              พบที่เกิดเหตุอยู่ภายในโรงงานผลิตกระจกของบริษัทกระจกไทยอาซาฮี จำกัด (มหาชน) พบผู้เสียชีวิตคือ นายชะลอ จันทร์ผ่อง อายุ 48 ปี ชาวจังหวัดสมุทรปราการ สภาพถูกกระจกน้ำหนัก 4 ตัน ทับร่างจนแหลก              จากการสอบสวนพนักงานในโรงงานให้การตรงกันว่า ระหว่างที่รถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ที่ภายในบรรทุกกระจกเข้าจอดเพื่อลงสินค้า ผู้เสียชีวิตได้ขึ้นไปบนรถเพื่อตัดเชือกที่รัดกระจก และขณะตัดเชือกรัดกระจกได้เพียง 2 เส้น กระจกที่ตั้งอยู่บนรถก็ถล่มร่วงลงมาทับร่างจนเสียชีวิต.
4
ระทึก!!! เครนสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง ล้มทับรถขวางรางรถไฟใกล้สถานีรถไฟดอนเมือง ทำเอาการจราจรบริเวณดังกล่าวเกือบอัมพาต และนับเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 2 เดือน เพราะก่อนหน้านี้ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ก็เกิดเหตุการณ์เดียวกันนี้-บริเวณเดียวกันนี้มาแล้ว


 

4 ก.ค.2558   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุรถเครน ของบริษัทเอกชนที่ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงบางซื่อ-รังสิต ล้มทับรถขวางรางรถไฟ ใกล้สถานีรถไฟดอนเมือง  ทำเอาการจราจรบริเวณดังกล่าวเกือบเป็นอัมพาต แต่ล่าสุดได้เคลื่อนย้ายพ้นการกีดขวางแล้ว ที่สำคัญคือนับเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 2 เดือน เพราะก่อนหน้านี้ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ก็เกิดเหตุการณ์เดียวกันนี้-บริเวณเดียวกันนี้มาแล้ว โดยครั้งแรกนั้นเครนบริษัทเดียวกันนี้ ได้ล้มทับรถยนต์ 2 คัน คือปาเจโรสปอร์ต หลังคายุบ ส่วนอีกคันเป็นวีออส กระโปรงหน้ารถยับ แต่โชคดีไม่มีผู้เสียชีวิต


ขอบคุณภาพ : ไทยรัฐ , รถไฟไทย
5
ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

ขอให้ผู้เกี่ยวข้องสอบสวนถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นที่แท้จริง  เพื่อจะนำมากำหนดเป็นบทเรียน   เป็นมาตรฐานที่ทุกคนต้องปฏิบัติ  อย่าให้เกิดซ้ำอีกเลย

ขออนุญาตนำคลิปวิดีโอ เพื่อให้ตระหนักถึง การทำงานกับกระจก ครับ


Single sheets of glass may not seem like much of a hazard, but when several sheets are stacked together their combined weight can be enough to cause serious injury or even death. This video shows the danger and what you can do to store these materials safely.
6
เกิดอุบัติเหตุกระจกล้มทับพนักงานเสียชีวิต ที่บริษัท  XXXXXXXXXXXXXXXXXXXX 
คนงานกำลังเอากระจกลง แล้วพลาด ทำให้กระจกหนัก4 ตันล้มทับร่าง เต็มๆ หัวแตกสมองกระจาย
7
เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2558 เวลา 15.30 น. ร.ต.ท.กิตติชัย วงเปลี้ย ร้อยเวรสถานีตำรวจภูธรปางศิลาทอง อำเภอปางศิลาทอง จังหวัดกำแพงเพชร รับแจ้งว่ามีชายลงไปในบ่อแล้วหมดสติจนเสียชีวิต ที่บริเวณบ้านคลองพร้าว หมู่ 7 ตำบลโพธิ์ทอง อำเภอปางศิลาทอง จังหวัดกำแพงเพชร จึงรายงานให้ พ.ต.อ.ไพโรจน์ บุญยพาส ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรปางศิลาทอง ทราบ และรีบรุดไปยังที่เกิดเหตุพร้อมทีมหน่วยกู้ภัยสว่างปางศิลาทอง


ที่เกิดเหตุดังกล่าว เป็นบ่อน้ำกว้างประมาณ 1 เมตร ลึก 15 เมตร ลักษณะกำลังปรับปรุงก่อสร้าง ได้ช่วยกันกู้ศพนำร่างของนายสัญญา เจนสาริกิจ อายุ 35 ปี ร่างกายแขนซ้ายพิการ นุ่งกางเกงยีนส์ขายาวสีดำตัวเดียวเสียชีวิตคาบ่อลึกก่อนหน้านี้แล้ว และใช้เวลาอยู่นานที่จะลงไปช่วยเหลือ แต่ไม่สามารถลงไปได้เนื่องจากภายในบ่อไม่มีอากาศหายใจ  และอยู่ในสภาวะท่ามกลางฝนตก หลังจากฝนหยุดตกได้ใช้เชือกมัดตะขอเกี่ยวร่าง ช่วยกันดึงขึ้นมาจากบ่อได้ พบว่าได้เสียชีวิตไปก่อนหน้าแล้วเป็นชั่วโมง



นายบุญเชิด อุ่นเสมอ อายุ 50 ปี  พ่อของผู้เสียชีวิต ให้การว่า รับจ้างขุดบ่อดังกล่าว เพราะขณะนี้ปัญหาภัยแล้งเยอะมาก ต้องเพิ่มความลึกของบ่ออีกพอประมาณ เพื่อให้เจอตาน้ำ ลูกชายกินเหล้าก่อนลงบ่อ เมื่อถึงก้นบ่อ ได้ไม่นานได้ร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ บอกไม่ไหวแล้ว ช่วยด้วยๆ หายใจไม่ออก แต่ไม่มีใครจึงช่วยลูกชายไม่ทัน ไม่นานก็เห็นลูกชายนอนล้มพับใต้ก้นบ่อแน่นิ่งไป กว่าจะนำร่างขึ้นมาได้ก็เสียชีวิตดังกล่าว ส่วนสาเหตุพื้นที่ อำเภอปางศิลาทอง จังหวัดกำแพงเพชร เป็นพื้นที่ประสบภัยแล้ง ขาดแหล่งน้ำดื่มน้ำใช้ และทางการเกษตร เจ้าของบ่อจึงได้ว่าจ้างให้มาลุบ่อ แต่เกิดประมาทลงไปในบ่อลึกที่ไม่มีอากาศหายใจ ได้นำศพส่งโรงพยาบาลปางศิลาทอง เพื่อทำการพิสูจน์อีกครั้ง

ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1433505462
8
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 28 พ.ค. ร.ต.อ.สานนท์ จันจินดา พนักงานสอบสวนปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวร สภ.เมืองเพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งเหตุคนจมน้ำเสียชีวิตที่บ้าน หมู่ 3 ต.ป่าเลา อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ และอาสามูลนิธิร่มโพธิ์เพชรบูรณ์ ที่เกิดเหตุเป็นบ่อน้ำบาดาล กว้าง 1.5 เมตร ความลึกจากปากบ่อถึงผิวน้ำประมาณ 15 เมตร น้ำลึกประมาณ 3 เมตร มีชาวบ้านจำนวนมากกำลังมุงดู และบางส่วนได้ใช้เชือกโรยตัวลงไป เพื่อที่จะงมหาผู้ที่จมน้ำ แต่ด้านล่างค่อนข้างลึก อากาศไม่เพียงพอ จึงต้องรีบช่วยกันดึงขึ้นมา เพราะมีอาการเหมือนจะเป็นลม
 
 จากนั้นได้นำพัดลมมาเป่าเพื่อให้ดึงอากาศลงไปในบ่อ จากนั้นจึงใช้เชือกโรยตัวลงไปอีกครั้ง จนกระทั่งพบศพและใช้เชือกดึงร่างขึ้นมาได้ ทราบชื่อ คือ นายสมมาตร อ่องยิ่ง อายุ 38 ปี อยู่ หมู่ 3 ต.ป่าเลา อ.เมืองเพชรบูรณ์ สภาพศพสวมกางเกงขาสั้นเพียงตัวเดียว จากการชันสูตร ไม่พบร่องรอยการทำร้ายหรือบาดแผลใดๆ สาเหตุการตายเนื่องมาจากขาดอากาศหายใจ


 จากการสอบสวนนายชาติ สีใส อายุ 59 ปี อยู่ หมู่ 3 ต.ป่าเลา อ.เมืองเพชรบูรณ์ ให้การว่า ตนได้ชวนผู้ตายและเพื่อนอีก 2 คน ไปช่วยกันซ่อมไดโว่ปั๊มน้ำและท่อที่บ่อน้ำดังกล่าว เนื่องจากดึงน้ำไม่ขึ้น โดยก่อนที่จะทำงานได้ซื้อเหล้าขาวมากินหมดไป 3 ขวด จากนั้นจึงช่วยกันซ่อมไดโว่ ซึ่งอยู่ห่างจากบ่อน้ำประมาณ 5 เมตร โดยไม่ทราบว่านายสมมาตร อ่องยิ่ง ผู้ตายได้ลงไปในบ่อเมื่อไหร่และลงไปได้อย่างไร กระทั่งได้ยินเสียงตะโกนร้องให้ช่วยจากบ่อน้ำ ตนและเพื่อนจึงรีบวิ่งไปดู ก็พบว่านายสมมาตรอยู่ในบ่อน้ำและกำลังอ่อนแรง ตนจึงหย่อนเชือกลงไปให้ แต่ปรากฏว่านายสมมาตรได้ค่อยๆ จมลงไปก้นบ่อ ตนจึงรีบวิ่งไปเรียกเพื่อนบ้านให้มาช่วย และโทรแจ้งตำรวจ
 
 ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ขณะที่เพื่อนๆ กำลังซ่อมไดปั๊มน้ำอยู่นั้นคาดว่าผู้ตายคงจะไต่ท่อน้ำลงไปในบ่อเพื่อตรวจดูท่อน้ำ แต่ด้วยบ่อนั้นลึกมาก ทำให้ไม่มีอากาศหายใจ ประกอบกับผู้ตายได้ดื่มเหล้าขาวเข้าไปด้วย จึงทำให้เป็นลมจมน้ำเสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งญาติไม่ติดใจสาเหตุการตาย จึงมอบศพให้ไปจัดการตามประเพณีต่อไป

ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1432801804
9
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 6 มิ.ย.58 พ.ต.ท.สพัศ ปราการพิทักษ์ สารวัตรเวรสอบสวน สภ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งว่ามีเหตุ ผู้เสียชีวิตถูกไฟฟ้าดูดบริเวณริมถนนบางนา-ตราด กม.18 ปากซอยร่วมใจ ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมกับ พ.ต.อ.พัลลภ แอร่มหล้า ผกก.สภ.บางพลี ฝ่ายสืบสวน และหน่วยกู้ชีพ รพ.จุฬารัตน์ 3
 
ที่เกิดเหตุซึ่งเป็นริมถนนบางนา-ตราด พบศพนายณัฐพล เหล่าพลค้า อายุ 22 ปีอยู่บ้านเลขที่ 93 ม.3 ต.โพนงาม อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม ซึ่งเป็นพนักงานรับเหมาเดินสายเคเบิล ของบริษัท ทรูมูฟ จำกัด เสียชีวิตจากการถูกไฟฟ้าดูดและตกลงมาจากเสาไฟฟ้าที่ความสูงประมาณ 10 เมตร
 

จากการสอบสวนนายบัวพันธ์ เหล่าพลค้า พ่อของผู้ตายเผยว่า ตนเองและผู้ตายได้รับเหมาเดินสายเคเบิ้ลอยู่บนเสาไฟฟ้าระหว่างที่ผู้ตายปืนขึ้นไปบนเสาไฟฟ้าซึ่งมีสายไฟแรงสูงพาดผ่าน น่าจะไปถูกสายไฟเข้าจึงได้เกิดไฟฟ้าช๊อตและตกลงมากระแทกกับพื้นด้านล่าง เนื่องจากไม่ได้สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันใดๆ
 

เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่า เป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในระหว่างที่ชายคนดังกล่าวกำลังเดินสายเคเบิ้ลบนเสาไฟฟ้า และเกิดพลาดไปถูกไฟฟ้าดูดกระทั่งตกลงมา จึงมอบหมายให้มูลนิธินำศพส่งสถาบันนิติเวชวิทยาเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป
10
โลกเศร้าอีกครั้ง เมื่อกานาเกิดโศกนาฏกรรมสะเทือนใจ ปั๊มน้ำมันระเบิดเผาผู้คนตายทั้งเป็น 175 ศพ เหตุเกิดจากฝนตกน้ำท่วมจนน้ำมันรั่วไหลไปติดประกายไฟ แล้วเกิดระเบิดบึมสนั่น คลอกร่างผู้คนที่หนีไปยืนหลบฝนย่างสดตายอย่างน่าอนาถ

โศกนาฏกรรมครั้งร้ายแรงอีกครั้งของโลก ที่น่าเศร้าสลดใจยิ่งและเป็นอุบัติเหตุคนตายหมู่ ที่เกิดขึ้นแบบแปลกประหลาดครั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ว่า เกิดเหตุระเบิดรุนแรงและไฟไหม้ที่ปั๊มน้ำมัน ใกล้สี่แยกสำคัญ ที่ในย่านนั้นเป็นที่ตั้งของธนาคารและสำนักงานต่างๆ รวมทั้งบ้านเรือนผู้คน ใจกลางกรุงอักกราของประเทศกานา ที่อยู่ทางตะวันตกของทวีปแอฟริกา ทำให้มีผู้เสียชีวิตชนิดตายเป็นเบือ ประมาณ 175 ศพ โดยแรงระเบิดและไฟที่ลุกไหม้รุนแรง ยังเผาผลาญทำลายอาคารบ้านเรือน และสำนักงานร้านค้าที่อยู่ใกล้ปั๊มน้ำมันจนเสียหายยับเยินไปด้วยหลายหลัง แต่ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ

ข่าวระบุว่า เหตุสุดสลดดังกล่าว เกิดตั้งแต่คืนวันที่ 3 มิ.ย.ตามวันเวลาท้องถิ่น ซึ่งช้ากว่าเวลาในไทยประมาณ 7 ชั่วโมง โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นขณะที่มีชาวกานาจำนวนมาก พากันเข้าไปหลบฝนที่ตกถล่มทั่วพื้นที่กรุงอักกรา เป็นเวลายาวนานต่อเนื่องกว่า 2 วันก่อนเกิดเหตุ จนทำให้มีน้ำท่วมในหลายพื้นที่ทั่วกรุง รวมทั้งมีกระแสไฟฟ้าดับ ขณะเดียวกัน จากสภาวะน้ำท่วม ได้เกิดน้ำมันรั่วออกจากถังบรรจุของปั๊ม ไหลลามไปทั่วเป็นบริเวณกว้าง จนไปถูกเปลวไฟในบ้านหลังหนึ่งที่อยู่ใกล้ปั๊ม แล้วเกิดไฟไหม้พรึบก่อนลุกลามอย่างรวดเร็วและเกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงที่ปั๊มน้ำมัน คร่าชีวิตผู้คนที่อยู่ภายในบริเวณปั๊ม รวมทั้งหลายคนที่จมน้ำตายในคลองใกล้ๆ ขณะพยายามหนีจากเปลวเพลิงจากเหตุระเบิดนอกจากนี้เปลวไฟยังได้ไหม้รถยนต์ รถจักรยานยนต์จำนวนหลายสิบคันที่จอดอยู่บริเวณนั้นและใกล้เคียงด้วย

แต่พยานที่เป็นผู้หญิงคนหนึ่งเผยว่า ขณะเข้าไปหลบฝนที่ปั๊มกับคนอื่นๆ ได้มีการใช้เครื่องปั่นไฟเพื่อให้แสงสว่างที่ปั๊มน้ำมัน เพราะไฟฟ้าดับทั่วเมือง ทำให้ผู้คนส่งเสียงร้องดีใจ แต่ไม่นานต่อมา ได้เกิดเสียงคล้ายระเบิดดังขึ้น ตามมาด้วยประกายไฟและเกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง นาทีนั้นตนจึงย้ายไปยืนข้างๆตึกธนาคารที่อยู่ใกล้ปั๊ม เพราะได้กลิ่นเหม็นน้ำมันฉุน จึงวิ่งหนีเอาชีวิตรอดมาได้หวุดหวิด

อย่างไรก็ตาม ข่าวระบุด้วยว่า ยอดผู้เสียชีวิต 175 ศพ น่าจะรวมเอาทั้งผู้เสียชีวิตจากเหตุจมน้ำตายในพื้นที่อื่นๆของเมืองด้วย ขณะที่ภาพข่าวโทรทัศน์ของกานา เผยให้เห็นศพผู้เสียชีวิตหลายสิบศพ นอนกองบนกระบะปิกอัพ รอย้ายไปที่เก็บศพ และยังมี ศพผู้เสียชีวิตจำนวนหนึ่งถูกไฟไหม้ดำเป็นตอตะโก จนยากที่จะพิสูจน์เอกลักษณ์ได้ ติดอยู่ตามซากความเสียหายจากแรงระเบิด ทั้งในปั๊มน้ำมัน ซากรถยนต์และรถตู้ที่จอดอยู่ใกล้ปั๊ม ขณะเดียวกัน การที่มีน้ำท่วมรอบๆที่เกิดเหตุ ได้ทำให้เจ้าหน้าที่ที่เข้ามากู้ภัยและเคลียร์ที่เกิดเหตุทำงานได้ยากมากกว่าเดิม

ด้านประธานาธิบดีจอห์น ดรามานี มาฮามา ของกานา ประกาศให้ลดธงครึ่งเสาเพื่อไว้อาลัยและประกาศไว้อาลัยแห่งชาติอีกเป็นเวลา 3 วัน เริ่มวันที่ 8 มิ.ย.เป็นต้นไป ก่อนหน้านี้ นายจอห์นได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุและได้อธิบายการสูญเสียชีวิตของผู้คนในเหตุสลดครั้งนี้ว่า เป็นหายนภัยที่เกือบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และประกาศจะใช้มาตรการเข้มงวด เพื่อห้ามผู้คนปลูกสิ่งก่อสร้างบนทางน้ำ ซึ่งดู เหมือนว่าเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดภัยพิบัติในกานา

ทั้งนี้ กานาเผชิญเหตุฝนตกหนักต่อเนื่องมา 2 วันแล้ว ถนนหนทางใช้การไม่ได้ ทำให้ต้องปิดโรงเรียนทั่วกรุงอักกรา นอกจากนี้ ยังมีชาวกานาติดค้างอยู่ในสำนักงานหลายร้อยคนเพราะเดินทางกลับบ้านไม่ได้ บางคนต้องนอนในรถไปก่อนเพราะมีเศษ ข้าวของและอื่นๆถูกกระแสน้ำพัดมาปิดกั้นถนน
หน้า: [1] 2 3 ... 10